วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วิธีได้บุญ ได้กุศล โดยไม่ต้องเสียเงิน แถมได้ผลบุญมากกว่า !!!





บุญทำได้ แม้ไม่ใช้สตางค์ กับ "บุญกิริยาวัตถุ 10"

เมื่อเอ่ยถึงการทำบุญ คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด คิดแค่ว่า ต้องเสียเงินทำบุญ คิดถึงแต่การบริจาคเงิน ในรูปแบบต่าง ๆ จนมีคำกล่าวว่า "โอ้ย ไม่มีเงินทำบุญ" 
แต่ความจริงแล้ว การทำบุญในพุทธศาสนาเลือกปฎิบัติได้หลากหลาย ทำได้ตามกำลัง ความสามารถตน แม้ยากจนไม่มีเงินทองเลย ก็สามารถทำบุญได้ เพราะยังมีอีกถึง 9 ข้อที่ทำแล้วได้บุญ โดยไม่ต้องใช้เงินทอง แถมมีผลบุญมากกว่าการให้แค่ทานซะอีก !!

บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ

คือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ หรือ การกระทำที่เกิดเป็นบุญ เป็นกุศล

1. บุญสำเร็จด้วย "การให้ทาน" (ทานมัย) 

การให้ทาน มีส่วนประกอบที่ต้องคำนึงถึง คือ จิตใจก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ 
ต้องสุขใจทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังจากให้แล้ว แค่รำลึกก็มีความสุข จึงจะเป็นบุญแท้ ๆ 
เช่น กรณีหากไปกู้หนี้ยืมสินเงินก้อนโตมาทำบุญจนหมดตัว จะไม่เข้าข่ายการมีความสุขหลังให้ เพราะรำลึกแล้วจิตใจเป็นอกุศลเศร้าหมอง ที่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน

องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการของการให้ทาน
การให้ทานจะมีผลมาก ได้บุญบารมีมาก หากประกอบด้วยองค์ประกอบทั้ง 3 ประการต่อไปนี้แล้ว  
องค์ประกอบข้อ 1 : “วัตถุทานที่ให้ ต้องบริสุทธิ์”
องค์ประกอบข้อ 2 :“เจตนาในการให้ทานต้องบริสุทธิ์”
องค์ประกอบข้อ 3 : “เนื้อนาบุญต้องบริสุทธิ์” 
 
“เนื้อนาบุญ” ในที่นี้ ได้แก่ บุคคลผู้รับการทำทานของผู้ทำทานนั่นเอง นับว่าเป็นองค์ประกอบข้อที่สำคัญที่สุด
แม้ว่าองค์ประกอบในการทำทานข้อ 1 และ 2 จะงามบริสุทธิ์ครบถ้วนดีแล้ว กล่าวคือ วัตถุที่ทำทานนั้นเป็นของที่แสวงหาได้มาด้วยความบริสุทธิ์ เจตนาในการทำทานก็งามบริสุทธิ์พร้อมทั้งสามระยะ แต่ตัวผู้รับการทำทานเป็นคนที่ไม่ดี ไม่ใช่ผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญที่บริสุทธิ์ เป็นเนื้อนาบุญที่เลว ทานที่ทำไปนั้น ก็ไม่ผลิตดอกออกผล 

ความสำคัญของเนื้อนาบุญ

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสถึงความสำคัญของเนื้อนาบุญดังนี้ 
1. ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีลไม่มีธรรมเลยก็ตาม
ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีบุญวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์ และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี

2. ให้ทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า ให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 5 แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

3. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล 5 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 8 แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

4. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล 8 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 10 คือ สามเณรในพระพุทธศาสนา แม้จะถวายทานดังกล่าว แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

5. ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล 10 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีปาติโมกข์สังวร 227 ข้อ
แม้แต่พระด้วยกัน ก็มีคุณธรรมแตกต่างกัน จึงเป็นเนื้อนาบุญที่ต่างกัน บุคคลที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา มีศีลปาติโมกข์สังวร 227 ข้อนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ตรัสเรียกว่าเป็น “พระ"” แต่เป็นเพียงพระสมมุติเท่านั้น เรียกกันว่า “สมมุติสงฆ์”

พระที่แท้จริงนั้น หมายถึงบุคคลที่บรรลุธรรม ตั้งแต่ขั้นพระโสดาบันเป็นต้นไป
ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะได้บวช หรือเป็นฆราวาสก็ตาม นับว่าเป็น “พระ” ทั้งสิ้น และพระด้วยกัน ก็มีคุณธรรมต่างกันหลายระดับขั้น จากน้อยไปหามากดังนี้ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่แตกต่างกัน

6. ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (ความจริงยังมีการแยกเป็น พระโสดาปัตติมรรค และพระโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เพียงย่นย่อ พอให้ได้ความเท่านั้น)

7. ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าว แก่พระสกิทาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

8. ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าว แก่พระอนาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

9. ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าว แก่พระอรหันต์ แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

10. ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าว แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

11. ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแด่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

12. ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะได้ถวายสังฆทาน ดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

13. การถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายวิหารทาน แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
"วิหารทาน"  ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณประโยชน์ หรือสิ่งที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลาป้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง สุสาน เมรุเผาศพ ก็ได้บุญมาก ในทำนองเดียวกัน

14. การถวายวิหารทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง (100 หลัง) ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ธรรมทาน แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็๖ม การให้ธรรมทาน ก็คือการเทศน์ การสอนธรรมะ แก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ ให้ได้รู้ ที่รู้อยู่แล้ว ให้รู้ยิ่งๆ ขึ้น ให้ได้เข้าใจในมรรค ผล นิพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม รวมตลอดถึงการพิมพ์แจกหนังสือธรรมะ

15. การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ “อภัยทาน” แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

16. การให้อภัยทาน ก็คือ การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่น แม้แต่ศัตรู ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน
เพราะการให้อภัยทานเป็นการบำเพ็ญเพียรเสียสละ “โทสกิเลส” และเป็นการเจริญ “เมตตาพรหมวิหารธรรม” อันเป็นพรหมวิหารข้อหนึ่งในพรหมวิหาร 4 ให้เกิดขึ้น อันพรหมวิหาร 4 นั้น เป็นคุณธรรมที่เป็นองค์ธรรมของโยคีบุคคลที่บำเพ็ญฌานและวิปัสสนา ผู้ที่ทรงพรหมวิหาร 4 ได้ ย่อมเป็นผู้ทรงญาณ ซึ่งเมื่อเมตตาพรหมวิหารธรรมได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อใด ก็ย่อมละเสียได้ซึ่ง “พยาบาท” ผู้นั้นจึงจะสามารถให้อภัยทานได้ การให้อภัยทานจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและยากเย็น จึงจัดเป็นทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง

** อย่างไรก็ดี การให้อภัยทาน แม้จะมากเพียงใด แม้จะชนะการให้ทานอื่นๆ ทั้งมวล ผลบุญนั้นก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า “ฝ่ายศีล” ในข้อต่อไปอยู่ดี เพราะเป็นการทำบุญบารมีคนละขั้นต่างกัน **

-------------------------------------------------------------

ราคาพิเศษ 237.50 บาท สั่งซื้อ SE-ED คลิ๊ก!!!
"ภาวนา เริ่มต้น ณ กม.0" เล่มนี้ เป็นบทสนทนาเกี่ยวกับการภาวนาระหว่าง "อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์" ผู้เขียนหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ" กับ "คุณวรุณวาร สว่างโสภากุล" ผู้เรียบเรียง และชมรมจริยธรรมของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สิ่งที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้คือการอธิบายความหมายของภาวนาในมิติที่แปลกใหม่แตกต่างจากที่คนทั้งหลายทั่วไปเข้าใจ คือ คนส่วนใหญ่จะเข้าใจเพียงว่าภาวนา คือการสวดมนต์ภาวนาเพื่อให้ใจสงบ หรือการสวดอ้อนวอนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองปรารถนา แต่ภาวนาในหนังสือเล่มนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมากนัก คือ หมายถึงการบ่มเพาะกุศลธรรม ความดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจของเราให้มีความรู้ความเข้าใจในชีวิตอย่างถูกต้อง คือ รู้ว่าสิ่งไหนที่ไม่ดีก็พยายามละ สิ่งไหนที่ดีก็พยายามเพิ่มพูนให้งอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป
------------------------------------------------------------------

2. บุญสำเร็จด้วย "การถือศีล" (ศีลมัย) 

การรักษาศีล หมายความถึงการมีเจตนาจะงดเว้นหรือจะรักษาศีล
หากไม่มีเจตนา เพียงแต่ไม่มีโอกาสทำผิดศีล ก็ไม่ถือว่า มีศีล ไม่ว่าจะเป็นศีลห้า ศีลแปด หรือศีลกี่ข้อก็ตาม เช่นกรณี คนแก่อายุ 100 ปี ไม่สามารถจีบสาวรุ่นได้ ไม่ถือว่ามีศีล เป็นต้น

ราคาพิเศษ 237.30 บาท สั่งซื้อ!!!

3. บุญสำเร็จด้วย "การภาวนา" (ภาวนามัย) 

ภาวนา เป็นหลักธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนา หมายถึง การอบรมจิต หรือพัฒนาจิตให้มีคุณภาพสูงขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นสมถภาวนา คือ การทำใจให้สงบ หรือวิปัสสนาภาวนา คือ การทำใจให้รู้แจ้งเห็นจริงจนตัดกิเลสได้หมด

แพ็กกระเป๋าไปภาวนา

คู่มือหลบชีวิตวุ่น ไปพักกาย ดีท็อกซ์ใจให้ว่าง โปร่ง เบา ด้วยการภาวนากับ 51 สถานปฏิบัติธรรมที่ควรไปสักครั้งในชีวิต


4. บุญสำเร็จด้วย "การประพฤติ อ่อมน้อม" (อปจจายนมัย) 

การอ่อนน้อมถ่อมตน จัดเป็นบุญประการหนึ่ง เพราะจิตไม่แข็งกระด้าง
แต่ต้องอ่อนน้อมต่อบุคคลที่ควรอ่อนน้อม ได้แก่ คนที่อายุมากกว่าเรา คนที่มีชาติกำเนิดสูงกว่าเรา และคนที่มีคุณธรรมสูงกว่าเรา

    
5. บุญสำเร็จด้วย "การขวนขวาย ช่วยเหลือผู้อื่น"  (เวยยาวัจจมัย)
 

ช่วยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือต่อส่วนรวม อาทิ ช่วยเหลือคนเจ็บป่วย
แม้แต่ช่วยนำคนแก่ข้ามถนนให้ปลอดภัย หรือชี้ทางให้แก่คนหลงทางก็จัดเป็นเวยยาวัจจมัยทั้งสิ้น
----------------------------------------------------
ราคาพิเศษ 232.75 บาท สั่งซื้อ!!!
"การภาวนา" คือศิลปะแห่งการทำอะไรก็ได้ที่ช้าลง แล้วสำรวจและรู้ทันความคิดความรู้สึกของตัวเอง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปเรียกร้องให้ใครต่อใครทำงานบริการให้ดีขึ้น ตราบเท่าที่พวกเขายังไม่เข้าใจว่างานบริการที่ดีขึ้นนั้น "ดีอย่างไร" กับชีวิตจริง ๆ ของพวกเขา ในงานบริการต้องใช้ "ความรัก" เป็นตัว "ขับเคลื่อน" ถ้าไม่มีความรัก ก็เหมือนรถยนต์ไม่มีน้ำมันจอดไว้ดูสวย ๆ ใช้งานไม่ได้ เมื่อเรามองหาความงดงามในผู้คน เราไม่เพียงพบมัน แต่เราจะกลายเป็นสวยงามนั้นไปด้วย "ความสุข" และความเข้าใจถึงกระบวนการ "ภาวนา" ในหนังสือเล่มนี้จะเปิดมุมมองของผู้บริหารองค์กร บุคลากรและผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
----------------------------------------------------

6. บุญสำเร็จด้วย "การให้ส่วนบุญ" (ปัตติทานมัย) 

เมื่อทำบุญอันใดแล้วก็อุทิศส่วนบุญนั้นแก่ผู้มีพระคุณ หรือแก่ผู้อื่น สัตว์อื่น จะทำให้ได้รับผลบุญเพิ่มขึ้น เป็นการแสดงออกถึงการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
จะทำโดยการอุทิศส่วนกุศลแก่คนที่ล่วงลับไปแล้ว หรือบอกเล่าให้คนรอบตัวได้อนุโมทนาบุญไปด้วยก็ได้

     
7. บุญสำเร็จด้วย "การยินดีในบุญของผู้อื่น/อนุโมทนาบุญ" (ปัตตานุโมทนามัย) 

เมื่อได้ยินได้ฟัง หรือได้เห็นผู้อื่นทำบุญ ทำความดีก็พลอยปลื้มใจยินดีในบุญ ที่เขากระทำด้วยจิตอันบริสุทธิ์ เท่านี้ก็เป็นบุญแล้ว

8. บุญสำเร็จด้วย "การฟังธรรม" (ธัมมัสสวนมัย) 

การฟังธรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปฟังพระเทศน์เท่านั้น แต่การอ่านหนังสือ ฟังเทป ดูโทรทัศน์เกี่ยวกับเรื่องธรรมะก็เข้าพวก
เพราะทำให้เข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ เนื่องจากผู้ที่เป็นสาวกนั้นจำเป็นจะต้องฟังธรรม มิฉะนั้นจะไม่มีทางเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าและบรรลุมรรคผลได้

     

VDO ภาวนาทำไม..ทำแล้วได้อะไร? จากพระ อ.ไพศาล วิสาโล

9. บุญสำเร็จด้วย "การแสดงธรรม" (ธัมมเทสนามัย) 

การแสดงธรรมจัดเป็นทานอย่างหนึ่ง เรียกว่าธรรมทาน เป็นทานที่มีผลมากกว่าทานทั้งปวง ดังพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้พระธรรมชนะการให้ทั้งปวง”
บุญอันเกิดจากการแสดงธรรมนั้น ไม่ใช่การพูดอย่างเดียว แม้การเขียนหนังสือธรรมะ การพิมพ์หนังสือธรรมะ หรือการให้ทุนในการพิมพ์หนังสือธรรมะออกเผยแพร่ก็จัดเข้าในบุญข้อนี้ทั้งสิ้น

------------------------------------------------------

ราคาพิเศษ 114 บาท สั่งซื้อ!!!

เที่ยวบินสีขาว ฉบับแอร์ฯ สาวนักภาวนา

แอร์โฮสเตส ผู้ซึ่งชีวิตเดินเข้าสู่ทางธรรมตั้งแต่อายุ 8 ขวบ โดยการเริ่มนั่งสมาธิ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากเรียนหนังสือเก่งๆ และจากที่เป็นผู้มีความฝันในการอยากเป็นแอร์โฮสเตส แต่ไม่ว่าจะไปสมัครที่ไหนก็ไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงได้มีหมอดูได้ทำนายฟันธงไว้ว่า อย่างดีที่สุด เธอจะเป็นได้แค่ เจ้าหน้าที่กราวด์ของสายการบิน! ในวันที่เธอท้อแท้ในโชคชะตาเมื่อพบว่า คำทำนายของหมอดูเริ่มเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ คำสอนของ "หลวงพ่อจรัญฯ" แห่งวัดอัมพวัน ที่ว่า "สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน" ได้ทำให้เธอฮึดสู้ที่จะเพียรพาตนให้อยู่เหนือชะตา (และเธอก็ทำได้สำเร็จซะด้วย) และเป็นจุดที่ทำให้เธอในวัย 21 ได้เริ่มศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง 

    จากการศึกษาและปฏิบัติธรรมจริงจังนั่นเอง ที่ทำให้เป้าหมายชีวิตของเธอค่อยๆ เปลี่ยนไป ได้รู้แล้วว่าสิ่งใดที่เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในการได้เกิดมาในชีวิตนี้ และแม้จะมี "นิพพาน" เป็นเป้าหมายใหญ่ที่เธอบอกตนเองว่าต้องไปให้ถึง เธอก็ยังคงทำหน้าที่ของฆราวาส ผู้มีอาชีพที่ดูจะห่างไกลจากเป้าหมายได้อย่างไม่ขัดแย้ง แถมสิ่งนี้กลับยิ่งกลับส่งให้เธอได้เห็นสัจธรรมมากมายจากอาชีพของเธอเอง จากเด็กสาวผู้มีความฝันที่ดูเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นซีเนียร์แอร์โฮสเตสมามากกว่า 10 ปี จากแม่หมอยิปซี ผู้มีความสามารถในการดูดวงจนเกือบจะยึดเป็นอาชีพหลังเกษียณ กลับเลิกจับไพ่อย่างเด็ดขาด จากนักเขียนนิยายยอดฮิต กลับเป็นผู้สื่อธรรมะในแบบที่ฆราวาสจับต้องได้ได้อย่างไร สามารถติดตามได้จาก "เที่ยวบินสีขาว ฉบับแอร์ฯ สาวนักภาวนา" เล่มนี้
------------------------------------------------------


10. บุญสำเร็จด้วย "การปรับความเห็นให้ตรง" (ทิฎฐุชุกัมม์) 

ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ สิ่งที่เป็นแก่นสารสาระ หรือที่ไม่ใช่แก่นสารสาระ ทางเจริญทางเสื่อม สิ่งอันควรประพฤติสิ่งอันควรละเว้น ตลอดจนการกระทำความคิดความเห็น ให้เป็นสัมมาทิฏฐิอยู่เสมอ 
เป็นเพียงแต่เห็นถูก เห็นตรงเท่านั้น ก็จัดเป็นบุญ และเป็นบุญที่ครอบคลุมบุญอื่นทั้งหมด เพราะเมื่อคนเราเห็นถูกเห็นตรงเป็นสัมมาทิฏฐิแล้ว ก็ย่อมทำบุญประเภทอื่น ๆ ด้วยความสนิทใจและตั้งใจทำ
   ---------------------------------------------------------    

เที่ยวบินสีขาว ฉบับแอร์ฯ สาวนักภาวนา (ประสบการณ์เล่ม 2)

 ถ้าคุณคิดว่า "เที่ยวบินสีขาว" ฉบับแอร์ฯ สาวนักภาวนาเล่มแรกสนุก สอดแทรกธรรมพร้อมนำแรงบันดาลใจในการเอาชนะดวงชะตาได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วล่ะก็ หนังสือ "เที่ยวบินสีขาว ฉบับแอร์ฯ สาวนักภาวนา (ประสบการณ์เล่ม 2)" เล่มนี้ คือภาคต่อที่เข้มข้น เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันชีวิตของ "คุณนิโรบล" ที่จะทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ถึงอุปสรรคที่ทั้งโหด มัน ฮา แต่คุ้มค่าแก่การฝ่าฟัน ไม่ว่าจะเป็น บทเรียนในรูปของความรัก ความอาลัย ความริษยา ความชรา แต่เธอสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยธรรมะของพระพุทธองค์

    ในวันนี้ เด็กสาววัยใสผู้มีสัมผัสที่ 6 จิตใจใฝ่ธรรม และเจ้าแม่หมอดู ได้กลายเป็นหญิงสาวงดงามที่สามารถยังจิตให้เข้มแข็งจากภายใน ด้วยพลังแห่งศรัทธาในพระรัตนตรัย และการปฏิบัติภาวนาอย่างเข้มงวดและมีวินัย เรื่องราวของเธอจะช่วยให้ผู้อ่านได้แรงบันดาลใจและพลังที่จะหวนคืนสู่ความธรรมดานี้ไปด้วยกัน เพื่อความไม่หวนคืนอีกต่อไป
--------------------------------------------------------- 

บุญกิริยาวัตถุทั้ง 10 ประการนี้ ผู้ใดได้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือยิ่งมากจนครบ 10 ประการแล้ว ผลบุญย่อมเกิดแก่ผู้ได้กระทำมากตามบุญที่ได้กระทำ
ยิ่งได้มีการเตรียมกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ก็ยิ่งได้รับบุญมหาศาลตามความละเอียดประณีตที่เข้าถึงยิ่ง ๆ  ขึ้นไป

นอกจากนี้บุญทุกประเภทจะนำมาซึ่งความสุข ความสงบ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
"ปุญฺญานิ   กยิราถ  สุขาวหานิ.
บุคคลพึงทำบุญทั้งหลายไว้เถิด ซึ่งจะนำสุขมาให้"

ข้อมูลจาก trueplookpanya.com
http://thumboon.blogspot.com/2018/07/blog-post_11.html

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คิดให้ชัด วงแผนให้เคลียร์ ทำงานเป็นระบบ แล้วทุ่มทั้งตัวและหัวใจของ ผวจ เชียงราย ณรงศักดิ์!!!



ขอยกย่อง ผวจ ชร ณรงค์ศักดิ์ สุดยอดผู้บริหาร 
ที่ไม่นึกว่าจะได้เจอในระบบราชการไทย

หากเปรียบภารกิจค้นหา 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เป็นการทำงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืองานมหาโหดโคตรหิน

ลองคิดภาพตามนะครับ งานนี้ต่อสู้กับภัยธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ ต้องทำอย่างเร่งด่วนระดับเสี้ยววินาทีแข่งกับเดดไลน์คือ 13 ชีวิต เป็นเดิมพัน ต้องบริหารทีมงานจากหลายที่มาหลากเชื้อชาติกว่าหมื่นคน ท่ามกลางความกดดันของสายตาที่จับจ้องจากทั่วโลกหลายร้อยล้านคน ภายใต้ข้อมูลมหาศาลแสนสับสนที่สื่อมวลชนรายงานออกไป

ใครเป็นผู้บริหาร บอกได้คำเดียวว่า นี่คืองานระดับ The Impossible Job!

แต่แล้วเราก็ได้เห็น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มาเป็นผู้บังคับบัญชาการ ซึ่งเหตุผลที่ท่านเป็นผู้สั่งการสูงสุดของภารกิจนี้ แทนที่จะเป็นหน่วยงานอื่นๆ อย่างทหารหรือตำรวจ เพราะตามกฎหมายเมื่อจังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติ ผู้ว่าฯ จะรับหน้าที่บัญชาการโดยปริยาย ซึ่งเชียงรายประกาศภัยพิบัตินับตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุแล้ว

ช่วงแรกผมยังแปลกใจกับความตรงไปตรงมา เอาจริงเอาจัง ทุ่มเทตลอด 24 ชั่วโมงของท่าน แต่พอนานเข้า ผมเริ่มเห็นวิธีคิดในการบริหารงานที่น่าสนใจมาก

ในฐานะคนที่ดูการแถลงข่าวของท่านทุกวัน ท่านเป็นคนคิดเป็นระบบ เด็ดขาด และพูดกระชับชัดเจน เหมือนฟังซีอีโอบริษัทใหญ่ๆ แสดงวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ประจำปี ทุกครั้งท่านจะเน้นย้ำเป้าหมายสำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยแจกแจงแนวทางการช่วยเหลือที่มากล้นออกเป็นข้อๆ เข้าใจง่าย พร้อมสรุปความคืบหน้าแต่ละแนวทางอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือ ไม่กลัวที่จะต่อว่า หรือตักเตือนคนที่ออกนอกลู่นอกทาง แถมยังปิดจบด้วยมุมมองเชิงบวก

ผมลองลงรายละเอียดการบริหารของผู้ว่าฯ คนนี้เท่าที่สังเกตเห็นครับ

1. เป้าหมายชัด – Action Plan ชัด
ภารกิจนี้มีแผนงานชัดเจนมาก อธิบายสั้นๆ แป๊บเดียวก็เข้าใจ ท่านให้สัมภาษณ์ทุกวันว่า แผนการมีแค่ 4 แนวทาง โดยจัดลำดับชัดว่า ทางหลัก-สูบน้ำออกเปิดทางซีลเข้าพื้นที่ ทางรอง-หาโพรงหรือปล่อง ทางเลือกคือ 1. เจาะผนังถ้ำ และทางเลือกคือ 2. ขยายปลายถ้ำ โดยจะย้ำหนักแน่นว่า การสูบน้ำเปิดทางให้หน่วยซีลเข้าถึงตัวน้องๆ คือแนวทางที่สำคัญที่สุด ในขณะที่แนวทางอื่นก็ไม่เคยทิ้ง แต่ทำงานคู่ขนานกันไป

Action Plan ที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ทำให้แบ่งหน้าที่และหัวหน้าที่รับผิดชอบแต่ละแนวทางง่ายขึ้น การสื่อสารก็ทำได้สะดวก ความคืบหน้าแต่ละแนวทางในแต่ละวันจึงกระชับมาก ทำได้แค่ไหน หรือทำไม่ได้เพราะอุปสรรคอะไร ลองฟังท่านสรุปแต่ละวันดูนะครับ จะเห็นภาพเลย

ระบบอีกอย่างที่เห็นชัดมากคือ การลงทะเบียนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานหลายพันคน ใครขึ้นตรงต่อใครต้องรายงานหัวหน้างานคนนั้น ใครไม่ลงทะเบียนห้ามเข้า มีการเซ็นชื่อเข้า-ออกทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกหล่น และทำงานทับซ้อนกัน

2. ทดลอง เรียนรู้ และทำซ้ำ
ที่ผมชอบที่สุดคือ การซักซ้อมการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยในวันเสาร์ที่ผ่านมา ฟังดูอาจจะเฉยๆ แต่ผมคิดว่า เราไม่ได้เห็นการทำงานอย่างเป็นระบบรอบคอบแบบนี้มากนักในประเทศไทย ท่านให้เหตุผลที่ต้องซ้อม เพราะตอนนี้คนเอาแต่คิดว่าต้องหาให้เจอ แต่ท่านมองข้ามช็อตว่า ถ้าเจอจริงๆ ล่ะ เราต้องทำอย่างไร เราดูแลน้องๆ ให้ปลอดภัยได้ไหม

อุตส่าห์เจอน้องๆ แต่ถ้าดูแลพวกเขาไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ

ท่านสรุปตอนท้ายของวันซ้อมแบบนี้ครับว่า การซักซ้อมดังกล่าวยังเจอปัญหาอยู่ จึงเตรียมที่จะปรับปรุงระบบและจัดระเบียบให้พื้นที่มีความพร้อมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมากขึ้น

ที่สำคัญคือ ทีมงานได้ทำคลิปการดำเนินการทั้งหมด เพื่อเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในลักษณะนี้ครั้งแรกในเมืองไทย ทุกหน่วยงานต่างบูรณาการทำงานกันอย่างเต็มที่

ย้ำอีกครั้งครับว่า การซ้อมนี้มีการถ่ายคลิปเพื่อเป็นบทเรียน บูรณาการการทำงานในครั้งต่อไป ซึ่งล่าสุดรถสื่อมวลชนที่จอดตรงถนนได้ถูกเคลียร์หมดแล้ว เปิดทางให้ขนย้ายน้องๆ ได้สะดวกหากพบเจอ

3. รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับองค์กร
ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการชาวอเมริกัน เคยเขียนบทความชื่อ What Makes an Effective Executive โดยบอกว่า ผู้บริหารที่บริหารงานได้ประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมีบุคลิกผู้นำแบบที่เราเห็นในหนัง แต่จริงๆ แล้วพวกเขาจะทำงานบนพื้นฐานไม่กี่ข้อเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ตอบตัวเองได้ชัดว่า “อะไรที่ต้องทำให้สำเร็จ” และ “อะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับองค์กร”

ท่านผู้ว่าฯ จะแยกแยะคัดกรองทุกแนวทาง ทุกความช่วยเหลือ ทุกอุปกรณ์ที่ส่งเข้ามาครับว่าอันไหนเหมาะสม อันไหนใช้ได้จริงก็จะใช้ อันไหนไม่ได้ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ ท่านให้สัมภาษณ์อย่างเด็ดขาดบ่อยๆ ว่า “ใครอยากมาก็มาได้ แต่ต้องมาถกหลักการกันก่อนว่าสิ่งที่นำเสนอทำได้หรือไม่ หรือเป็นไอเดียที่จะถ่วงทีมให้ช้าลง  ไม่ใช่ว่าคนที่อยากช่วยจะมีประโยชน์ทั้งหมด ตอนนี้ความช่วยเหลือตอนนี้เยอะมาก มีหุ่นยนต์ดำน้ำเป็นสิบจอดรอหน้าถ้ำ แต่มันใช้ไม่ได้ก็คือใช้ไม่ได้”

การรู้ว่าอะไรดีกับองค์กร ทำให้การทำงานแน่วแน่ ไม่ไขว้เขว ก็อย่างที่ท่านบอกละครับว่า “ผมขอบคุณทุกความหวังดีนะครับ แต่บางความช่วยเหลือมันอาจจะไม่เหมาะกับหน้างานจริงๆ”

4. โฟกัสที่โอกาส มากกว่าปัญหา
ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ บอกครับว่า ผู้นำที่ดีคือคนที่ไม่ได้แค่แก้ปัญหา แต่พลิกปัญหานั้นเป็นโอกาส ตัวอย่างหนึ่งที่ผมชอบมากของท่านผู้ว่าฯ คือวิธีการจัดการกับปัญหาสื่อนำเสนอข้อมูลกระจัดกระจาย ข่าวมั่วข่าวปลอมเยอะ แทนที่จะไล่ตักเตือนทีละสื่อ ทีมงานของศูนย์ปฏิบัติการดึงหน่วยงานประชาสัมพันธ์เข้ามาช่วยซะเลย แล้วส่งเป็น press release ให้สื่อทุกวัน ส่งแผนที่อินโฟสวยงาม พร้อมกับเปิด LINE account ตัวใหม่ @ข่าวจริงประเทศไทย สำหรับสื่อสาร เป็นการบอกว่าศูนย์กลางของข้อมูลต้องมาจากที่นี่เท่านั้น

ปัญหาข่าวมั่วเริ่มหมดไป ด้านนักข่าวส่วนใหญ่ก็ชอบมากครับ เพราะทำให้เข้าใจข้อมูลตรงกัน เชื่อถือได้ และไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรวบรวมข้อมูล เรียกว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว

5. เห็นอกเห็นใจ รับฟังปัญหา
แม้จะเด็ดขาด ตรงไปตรงมา แต่ผมก็เห็นความเห็นใจของท่านผู้ว่าอยู่บ้างเนืองๆ ท่านบอกว่า ตนไปเยี่ยมญาติของน้องๆ วันละ 2 ครั้ง เพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหา อยากได้อะไรก็จะจัดมาให้ เช่น กินมังสวิรัติ อยากได้เตียง-ผ้าห่มเพิ่ม หรือจังหวะหนึ่งที่กำลังแถลงข่าวแล้วเกิดฝนตก ท่านก็ถามนักข่าวว่า “จะหลบฝนก่อนไหม” สร้างความประทับใจให้กับกองทัพสื่อมวลชนได้ไม่น้อย

6. ทำให้เห็น ไม่ใช่ดีแต่พูด
คำพูดแรกที่สะดุดหูคนทั้งประเทศคือ “ใครที่บอกว่าไม่เสียสละพอที่จะทำงาน ใครจะกลับบ้านไปนอนกับลูกกับเมีย เชิญเซ็นชื่อแล้วออกไปเลย ผมไม่รายงานใครทั้งสิ้น ใครจะทำงาน วันนี้ขอให้พร้อมทุกนาที ให้คิดว่าเขาเป็นลูกเรา”

อาจจะฟังดูแรง แต่พอเวลาผ่านไป เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทำจริง ใส่ใจ และทุ่มเทขนาดไหน ไม่ใช่ดีแต่พูด

“มีคนถามว่า ทำไมผมต้องมายืนอยู่ตรงนี้ตลอด…มันเหมือนแม่ทัพ รบแล้วเรากำลังจะพ่ายแพ้ เราจะเสียพื้นที่ ถ้าแม่ทัพไม่ยืนอยู่ข้างหน้า ใครจะไปช่วยแม่ทัพรบ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องสู้กันตลอด เราจะเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้ายังไง เราก็จะสู้กันตลอด”

ผมไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆ ท่านผู้ว่าเป็นคนอย่างไร หรือคนทำงานใกล้ชิดจะคิดกับท่านแบบไหน แต่จากการสังเกตการทำงานตลอดกว่า 10 วันที่ผ่านมา แม่ทัพคนนี้สอนบทเรียนการบริหารงานผมหลายอย่าง

คิดให้ชัด
วางแผนให้เคลียร์
ทำงานเป็นระบบ
แล้วทุ่มเททั้งตัวและหัวใจไปกับมัน


#นครินทร์ #วนกิจไพบูลย์#EDITOR’S DESK#เชียงรายหมูป่าอะคาเดมี
#แม่สายทีมฟุตบอลเยาวชน 13 ชีวิตหายในถ้ำหลวง#ถ้ำหลวง #เชียงราย
#ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร
ผู้เขียน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว THE STANDARD วิทยากรด้านสื่อและ
การทำคอนเทนต์ออนไลน์

----------------------------------------------------------------------------------
Sponsored


Khaolaor ขาวละออ ตรีผลา แคปซูล ลดไขมันปกป้องเซลล์ตับ ปรับสมดุลเพิ่มภูมิต้านทาน 100 แคปซูล ในหนึ่งแคปซูล 450 มิลลิกรัม ราคาเพียง 210 บาท 
มีส่วนผสมของเนื้อในลูกสอมไทยแห้ง เนื้อในลูกสมอพิเภกแห้ง เนื้อในลูกมะขามป้อมแห้ง ในอัตราส่วนเท่ากัน
ช่วยลดไขมันในเลือด ปรับสมดุลร่างกายเพิ่มภูมิต้านทาน
ปกป้องตับจากแอลกอฮอล์ ต้านมะเร็ง ขับเสมหะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ

KHAOLAOR ขาวละออ อาหารเสริม พลูคาวสกัด ผสมเบต้ากลูแคนและวิตามินซี สะเก็ดเงิน เพิ่มภูมิต้านมะเร็ง โดย ขาวละออ (60 เม็ด)
เลขที่ อย.11-1-08831-1-0096
ใน 1 เม็ดประกอบด้วย
พลูคาวสกัดเข้มข้น 4 เท่า 300 mg.(เทียบเท่าพลูคาวแห้ง 1,200 mg.)
เบต้ากลูแคน จากยีสต์ 50 mg.
กรดแอล-แอสคอร์บิก(อนุพันธ์วิตตามินซี) 30 mg.
รับประทานครั้งล่ะ 1 เม็ด ก่อนอาหาร เช้าและเย็น
ขนาดบรรจุ 60 เม็ด/กล่อง ราคาพิเศษ 350 บาท... สั่งซื้อ!!!

3 คนแรกที่ไปเจอเด็กๆที่พัทยาบีช ถ้ำหลวง!!!




โรเบิร์ต ฮาปเปอร์, ริชาร์ด สแตนตั้น และ จอห์น โวแลนเทอร์น 3 คนนี้เป็นนักดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
คนที่ไปพูดกับเด็ก คือ จอห์น โวแลนเทอร์น

วันนี้ 2 กค 61...ทำด้วยใจจริง ๆๆ น่ารักมาก ๆๆ คุณลุงอังกฤษกลับบ้าน...

ไม่รอถ่ายรูป...ไม่รอคำขอบคุณ...เงียบเหมือนตอนที่มา..

ส่งต่อภาระกิจให้หน่วยซิลและแพทย์ทีมกู้ภัยดำเนินงานต่อ

ในฐานะคนไทย ขอบคุณน้ำใจของพวกท่านทำดีได้ดี ขอบคุณจากใจจริงๆๆ
เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะคะ ยอดเยี่ยมมาก
------------------------------------------------------------------------
ชอบอันนี้คับ ตรงสุดๆ

นักดำน้ำในถ้ำจากอังกฤษมาช่วยเด็ก บอกนักข่าวว่าผม
มาทำงานไม่ได้มีหน้าที่มาให้สัมภาษณ์

มาตรฐานการปฏิบัติงาน ในกรณีมีเหตุการณ์ด่วน ที่มีผลต่อความเป็นความตาย

อเมริกัน เจ้าหน้าที่จะกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ผู้มีอำนาจสั่งการจะเป็นหัวหน้าของหน่วยงานที่รับผิดชอบ พวกระดับประธานาธิบดี รัฐมนตรี จะไม่ลงไปเสือกอะไร เพราะจะยิ่งไปเกะกะคนทำงาน อีกทั้งบรรดาจิตอาสาที่มีน้ำใจ ไม่ใช่อเมริกันชนไม่มีน้ำใจ แต่เขาจะส่งความช่วยเหลือด้านนอก เพราะมากคนมากความ คนเก่งลงไปเยอะ ๆ แทนที่จะช่วยกัน มันไปอวดรู้แย่งกันทำ ยิ่งถ้าพื้นที่ทำงานจำกัด ถมคนลงไปเป็นร้อย ขนเครื่องมือไปมากมาย ยิ่งวุ่นวาย อเมริกันจะมีคนไม่กี่คน ให้ข่าวเป็นเวลา หรือเมื่อถึงเวลาที่สาธารณะควรรู้

คนไทย เรื่องน้ำใจรับรองไม่เป็นรองใครในโลก แต่อีโก้สูง เก่งกันทุกหน่วย และศักดิ์ศรีค้ำคอ เวลาทำงานร่วมกัน แทนที่จะดี กลับตาลปัตร พื้นที่มีน้อย มีหลายทีม แย่งกันช่วย และผู้ใหญ่ชอบเสนอหน้าลงพื้นที่สั่งการ แล้วไอ้พวกระดับบิ๊กเวลาไปไหน มีผู้ติดตามเป็นพรวน แทนที่เจ้าหน้าที่จะเอาเวลาทำงาน ต้องมา brief ให้มันฟัง เพื่อให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแล้วดูมีภูมิ

พื้นที่มีจำกัด เจ้าหน้าที่เข้าได้ทีละคน ขนไปเป็นร้อย มีนักข่าวกับญาติ ๆ แล้วยังมีผู้ใหญ่ตามสมทบ แทนที่เจ้าหน้าที่ต้องเอาเวลามาช่วย ต้องวุ่นวายกับนักข่าวที่แย่งกันหาข่าว แล้วมีกองคาราวานไหว้ชอขมาเจ้าที่ ถ้าเจ้าที่โมโหที่ไปลบหลู่ งานนี้ยิ่งไปท่านโกรธเข้าไปอีก คนหลายร้อยนอกจากจะมุดเข้าไปช่วยอะไรไม่ได้ ขี้เยี่ยวคงแถวนั้นแหละ ตามความสะดวก

ถ้าเป็นอเมริกัน รอเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้ข่าวทีเดียว ญาติ ๆ ไปรออีกที่ และจะเป็นกลุ่มที่ได้ข่าวเวลามีอะไรสำคัญก่อนกลุ่มอื่น จิตอาสาไม่ต้องยุ่ง เพราะเขาทำงานแข่งกับเวลาแล้วต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ พวกมาโบกรถนักข่าวไม่ต้องมี เพราะเขาห้ามหมด แม้แต่ โอบามา หรือทรัมป์ จะไม่มาวุ่นวายเพื่อเป็นข่าว

13 หมูป่าสุดสตรอง ฝรั่งกู้ภัยอึ้ง นาทีเจอสนทนาตอบโต้ภาษาอังกฤษ (คลิป)



เปิดบทสนทนาแรก คำต่อคำ วินาทีเจอ 13 หมูป่าสุดสตรอง เด็กๆบอกหิวมากเลย

เปิดบทสนทนาแรก – วันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน บทสนทนาระหว่างทีมนักดำน้ำกู้ภัยอังกฤษ นาทีที่พบเด็กๆ ทั้ง 13 คนนั่งอยู่บนโขดหินภายในถ้ำหลวง วนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากคลิปของหน่วย ไทยเนวีซีล  พร้อมข้อความว่า “Hooyah…..ทีมหมูป่า

พบเยาวชนทีมหมูป่าบริเวณหาดทรายห่างจาก Pattaya beach 200 เมตร โดยนักดำน้ำหน่วยซีลดำน้ำวางไลน์เชือกนำทาง ร่วมกับนักดำน้ำจากประเทศอังกฤษ ระยะทางจากห้องโถง 3 ยาว 1,900 เมตร เมื่อเวลา 21.38 น. คืนวันที่ 2 กรกฎาคม 2561”

 บทสนทนาเริ่มจากนาทีที่กลุ่มเด็กๆ เห็นคนมาช่วยเป็นชาวต่างชาติ จึงพูดขอบคุณเป็นภาษาอังกฤษว่า Thank You – แท็งกิ้วๆๆ  ด้านสมาชิกในทีมจากอังกฤษจึงทักทายถามว่า พวกคุณมีกี่คน

เด็กก็ตอบกลับไปว่า 13 คน ทีมอังกฤษขานรับว่า ยอดเยี่ยม เด็กถามต่อว่า จะได้ออกไปตอนนี้เลยไหม ทีมอังกฤษบอกว่ายังไม่ใช่วันนี้ แต่เรามาแล้ว และจะมีคนอีกมากมาช่วย พวกเราเป็นกลุ่มแรกที่มาถึง

 เด็กๆ ยังถามชาวต่างชาติด้วยว่า วันนี้วันอะไร ทีมกู้ภัยจึงตอบว่า วันนี้วันจันทร์ พวกคุณอยู่ที่นี่มา 10 วันแล้ว พวกคุณแข็งแรงมาก แข็งแรงมากนะ

 เจ้าหน้าที่ต่างชาติกล่าวว่า พวกเราดำน้ำมาหลายวันแล้ว มาจากทัพเรือ แล้วก็จะมีหมอมาด้วย ส่วนเด็กๆ บอกด้วยว่า “หิวมากเลย” ทีมอังกฤษตอบว่า เข้าใจเลยทีเดียว กำลังจะไปหานะ

 เมื่อไปถึงเด็กๆ กล่าวว่า “ดีใจมากเลย” หน่วยซีลกล่าวตอบว่า “ผมก็ดีใจมากเหมือนกัน” ในตอนท้ายเด็กๆ ขอบคุณหน่วยซีลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมถามว่าพวกคุณมาจากไหน เมื่อหน่วยซีลตอบว่ามาจากอังกฤษ เด็กๆ ร้องโอ้โฮ!

อ่านข่าว : เผยสภาพ 13 หมูป่า โค้ชสั่งให้เด็กนอนนิ่งๆ 9 วัน กินแต่น้ำหยดผนังถ้ำเท่านั้น
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1291276

 (คลิป) #ข่าวสด #ข่าวด่วน
 #ข่าวสด #ข่าวด่วน
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1291647




สรุปข่าว 2 กค 61

ข่าวเช้า 2 ก.ค.2561

1.ขยับใกล้13ชีวิต คลิป'ซีล'วางเชือกถึงสามแยก ดำมุดช่องน้ำสูงถึงเพดานถ้ำ
หน่วยซีลเผยคลิป การค้นหา 13 ชีวิตทีมหมูป่า ตั้งกอง บก. ที่โถง 3 นักดำน้ำจากต่างชาติ ร่วมวางเชือกซิปไลน์ถึงสามแยก ถือว่าขยับใกล้ที่หมายมากขึ้น

2.เกรงไม่สะดวก ผู้ว่าฯเชียงราย เล็งย้ายที่พักญาติของ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นห่วงกลุ่มผู้ปกครองและญาติของ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ยังติดอยู่ภายในถ้ำหลวง เตรียมย้ายจากเต็นท์ที่พัก เข้ามาในกองอำนวยการฯ แต่ต้องรอความสมัครใจ

3.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชี้ กรณี 13 ชีวิตทีม”หมูป่า” สอนอะไรเราบ้าง
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชี้ กรณี 13 ชีวิตทีม”หมูป่า” ติดถ้ำหลวง สอนอะไรเรา แน่นอนว่า สะท้อนประเทศไทยเรา มีสถาบันชาติอันเข้มแข็ง ยามที่เราทุกข์ โศก สับสน วิตกกังวล คนใน”ชาติ” ทั้งหมดได้ยืนขึ้นด้วยกัน

4.ปิดฉากชีวิต คณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.40 เสียชีวิตในวัย 71 ปี
นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 71 ปี 8 เดือน ที่บ้านพักหลังจากป่วยเป็นโรคมะเร็ง

5.สามมิตร โต้ พิชัย ยันตั้งใจทำเพื่อชาติ
ชี้อุดมการณ์ล้วนๆ เหตุรวมตัวหนุนตู่
เพื่อไทยสายเหนือโร่ปัด “สันติ” เผ่นทิ้งพรรค “สามารถ” ยันผู้ใหญ่คุยกันจบไม่คิดย้ายไปไหนกร้าววิธีสกปรกให้ท้ายพวกน้ำเน่าเดินสายดูด “อนุสรณ์” กระทุ้ง กกต.คุมเลือกตั้งให้สมกับที่ของบฯ 5 พันล้าน “จุรินทร์” ตอกทำย้อนยุค สวนทางที่คุยฟุ้งจะปฏิรูป ขอแค่ชนะเลือกตั้งโดยไม่สนวิธีการ ปชป.ค้านแหลกยกเลิก ส.ข.โพลชี้คนยังไม่เชื่อมั่นได้เลือกตั้ง 62 รอฟังชัดๆ จากปากนายกฯ “เสี่ยแฮงก์” โต้ “พิชัย” ละอ่อนน้อยการเมือง ฟุ้งสามมิตรรวมตัวเพราะอุดมการณ์ล้วนๆ หนุน “บิ๊กตู่” เพราะตั้งใจทำเพื่อชาติ

6.สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ได้ทรงประกอบพิธีสวดมนต์ภาวนาประจำวันอาทิตย์ ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ส ภายในนครรัฐวาติกัน โดยพระองค์ทรงสวดอำนวยพรให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ ของโลก ทั้งที่นิการากัว, ซีเรีย, การเจรจาสันติภาพระหว่างเอธิโอเปียและเอริเทรีย ขณะเดียวกัน พระองค์ก็ได้สวดภาวนาให้เยาวชนไทยทั้ง 12 คนและโค้ชของทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีของไทย ที่ติดอยู่ภายในถ้ำมานานกว่า 1 สัปดาห์

7.สมเด็จพระสังฆราชประทานพรให้หมูป่า13ชีวิต

8.ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยภารกิจช่วยทีมหมูป่า 13 ชีวิตคืบหน้า ขณะที่หน่วยซีลดำน้ำจากโถง 3 ไปได้ไกล 600 เมตร โดยแต่ละชุดจะผูกเชือกนำทางทีละ 200 เมตร เพื่อให้ทีมถัดไปมาผลัดเปลี่ยน ยืนยันเขาหลวงไม่ใช้พื้นที่ขนยาเสพติด

9.สธ.ปรับแผนช่วยทีมหมูป่า 13 คนติดถ้ำหลวง โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงส่งโรงพยาบาลแทนรถยนต์ เพื่อลดเวลาเหลือเพียง 15-30 นาที จากเดิมใช้เวลา 1 ชั่วโมง ขณะที่ญาติมีกำลังใจและมีความหวังมากยิ่งขึ้น

10.ซีลถึงห้องโถง3 มุดช่องน้ำวางเชือกนำทางช่วยทีมหมูป่า
หน่วยซีลถึงห้องโถง 3 วางเชือกนำทางไปถึงบริเวณสามแยก เพื่อช่วยทีมหมูป่า โดยมีนักดำน้ำ จากอังกฤษ และสวีเดนร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วย

11.บิ๊กตู่"ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมี
“นายกฯ”ชมทุกฝ่ายร่วมมือเสียสละช่วยทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี แนะสื่อฯใช้แผนที่ชุดเดียวกับจนท.ป้องกันข้อมูลผิดพลาด

12.แจงคสช.มาตรฐานเดียวสวนกลุ่มการเมืองปลุกกระแสโจมตี
"โฆษกรบ." แจงห้ามคนการเมืองนัดกินข้าว-ตีกอล์ฟ ไม่ได้ หลังหลายพรรคร้องคสช. สองมาตรฐานไฟเขียวกลุ่มสามมิตรออกเดินสาย ขออย่าอินการเมืองทำ"บิ๊กตู่" เสียสมาธิแก้ปัญหาปท.

13.อธิบดีกรมชลฯปักหลักเชียงรายร่วมค้นหา13ชีวิตทีมหมูป่า
“ทองเปลว”ปักหลักร่วมวางแผนค้นหา13ชีวิตทีมหมูป่า ระดมสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

14.เกาหลีเหนือวอนจีนช่วยยุติคว่ำบาตร
ผู้นำเกาหลีเหนือได้ร้องขอประธานาธิบดีจีนให้ช่วยยุติการคว่ำบาตรหลังการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งผู้นำจีนรับปากว่าจะพยายามอย่างดีที่สุด

15.โจรชื่อดังแหกคุกฝรั่งเศส ใช้ไม่กี่นาทีขับฮ.หนีลอยนวล
โจรชื่อดังของฝรั่งเศสซึ่งเคยเป็นคนร้ายที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด แหกคุกหนีออกจากเรือนจำชานกรุงปารีสกลางวันแสกๆโดยใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นพาหนะและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

16.ตำรวจรัสเซียจู่โจมช่วยตัวประกันซูเปอร์มาร์เก็ต
ตำรวจในกรุงมอสโกของรัสเซียบุกเข้าช่วยตัวประกัน 1คนเป็นลูกจ้างซูเปอร์มาร์เก็ตหลังมีคนร้ายเป็นชายใช้มีดเป็นอาวุธจับเป็นตัวประกันอยู่นานหลายชั่วโมง

17.น้องนิ้ง MUT'ดีกรีไม่ธรรมดา! 'โอบามา'เคยมอบรางวัลให้
"น้องนิ้ง โศภิดา" มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ดีกรีไม่ธรรมดา อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา "บารัค โอบามา"เคยมอบรางวัลด้านโครงการการศึกษาให้

รวมข้อสอบคณิตศาสตร์ มากกว่า 11 พ.ศ. โควต้า มช!!!

สั่งซื้อที่ Lazada Online!!!
ราคา 250 บาท


รวมข้อสอบ คณิตศาสตร์ โควตา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 11 พ.ศ.

  • 1. รวมข้อสอบมากกว่า 11 พ.ศ. มากที่สุดในท้องตลาด
  • 2. เฉลยละเอียด พร้อมเสริมความรู้ และเทคนิควิธีคิดลัด ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน
  • 3. แนวข้อสอบใช้เพื่อเตรียมตัวสอบ คณิตศาสตร์เข้ามหาวิทยาลัยได้ทุกสนาม (PAT 1, 9 วิชามัญ คณิตศาสตร์ 1, O-NET ม.6)
พร้อมกับเฉลยอย่างละเอียด โดยอธิบายให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
เสริมเทคนิคที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านเพิ่มพูนทักษะ และคะแนนสอบได้เป็นอย่างดี

นักเรียน ม.6 ในภูมิภาคอื่นๆ ยังใช้ฝึกฝนเพิ่มทักษะเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสนามสอบต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น PAT 1, O-NET ม.6 และ 9 วิชาสามัญคณิตศาสตร์ เพราะความยากและแนวทางของข้อสอบนั้นเรียกได้ว่า ไม่ต่างกันเลย

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าได้ต้องอาศัยประชาชนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งความรู้ต่าง ๆ ก็ได้มาจากการอ่านนั่นเอง!!!

น่าทึ่ง..เด็กญี่ปุ่นรอขึ้นเครื่องบิน ทุกคนอ่านหนังสือ // โดนเทียบเด็กไทย



น่าทึ่ง..เด็กญี่ปุ่นรอขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินเชียงใหม่ ภาพที่เห็นคือ...ทุกคนอ่านหนังสือ ที่สำคัญคือทุกคนเงียบหมด ไม่มีใครหยิบมือถือ ขึ้นมาเล่น

"เด็กไทย"กับสมาร์ทโฟนคู่กัน เป็นภาพที่เราเคยชิน นี่จึงเป็นภาพน่าทึ่ง โดย ผู้ใช้ชื่อ Phramaha Woramet PK ได้โพสต์ภาพชุดนี้ และเขียนสั้นๆว่า

"เด็กๆ จากประเทศญี่ปุ่น ....ขณะรอขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินเชียงใหม่....จากภาพแล้ว ลองสังเกตดูว่า ไม่มีใครหยิบมือถือ ขึ้นมาเล่น สักคนเดว....แต่ทุกคนจะหยิบ หนังสือมาคนล่ะหนึ่งเล่ม อ่านของใครของมัน ที่สำคัญคือทุกคนเงียบหมด ไม่มีใครส่งเสียงแอะอะโวยวาย หรือคุยกันให้เสียงดัง.......ช่างแตกต่างจากเด็กไทยนัก........สวัสดีลาก่อน.....ระเบียบวินัยประเทศไทย..........


เด็กญึ่ปุ่นอ่านหนังสือทุกคนขณะรอเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่


ความสำคัญของการอ่าน

การอ่านมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนโต และจนกระทั่งถึงวัยชรา การอ่านทำให้รู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันเป็นโลกของข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้ผู้อ่านมีความสุข มีความหวัง และมีความอยากรู้อยากเห็น อันเป็นความต้องการของมนุษย์ทุกคน การอ่านมีประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง คือ พัฒนาการศึกษา พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้เป็นคนทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ และมีความอยากรู้อยากเห็น การที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าได้ต้องอาศัยประชาชนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งความรู้ต่าง ๆ ก็ได้มาจากการอ่านนั่นเอง

เด็กญึ่ปุ่นอ่านหนังสือทุกคนขณะรอเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่
ความหมายของการอ่าน
การอ่าน คือ กระบวนการที่ผู้อ่านรับรู้สารซึ่งเป็นความรู้ ความคิด ความรู้สึก และ ความคิดเห็นที่ผู้เขียนถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร การที่ผู้อ่านจะเข้าใจสารได้มากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถในการใช้ความคิด
จุดมุ่งหมายของการอ่าน
สั่งซื้อจาก SE-ED ราคาพิเศษ
ลด 10% เหลือ 225 บาท
E-book เหลือ 179 บาท
1. อ่านเพื่อความรู้ ได้แก่ การอ่านจากหนังสือตำราทางวิชาการ สารคดีทางวิชาการ การวิจัยประเภทต่าง ๆ หรือการอ่านผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์ ควรอ่านอย่างหลากหลาย เพราะความรู้ในวิชาหนึ่ง อาจนำไปช่วยเสริมในอีกวิชาหนึ่งได้ เช่น หนังสือขายดีที่สุดของ SE-ED 

ลงทุนแมน 4.0

รวมเรื่องราวธุรกิจ การเงินการลงทุน แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เน้นเรื่องการให้ความรู้ ที่รู้ลึก รู้จริง เกี่ยวกับบุคคล หรือธุรกิจนั้น ๆ เนื้อหาแต่ละบทความจะเป็นเรื่องที่หลากหลาย

สั่งซื้อจาก SE-ED ราคาพิเศษ
ลด 10% เหลือ 218.50 บาท
2. อ่านเพื่อความบันเทิงได้แก่ การอ่านจากหนังสือประเภทสารคดีท่องเที่ยว นวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องแปล การ์ตูน บทประพันธ์ บทเพลง แม้จะเป็นการอ่านเพื่อความบันเทิง แต่ผู้อ่านจะได้ความรู้ที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องด้วย เช่น หนังสือแปลสนุกจาก SE-ED หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร เล่ม 8 "ฟ่านเสียน" ชักนำคณะทูตกลับรัฐชิ่ง พร้อมกับนำพาองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเป่ยฉีกลับมาสยุมพรกับองค์ชายใหญ่แห่งรัฐชิ่ง แต่ไม่ทันเข้ามหานคร ก็แย่งชิงเส้นทางกับองค์ชายใหญ่ซึ่งเดินทางกลับมาจากแนวหน้าโดยบังเอิญ!
สั่งซื้อจาก SE-ED ราคาพิเศษ
ลด 10% เหลือ 261.25 บาท
จากราคา 275 บาท
3. อ่านเพื่อทราบข่าวสารความคิด ได้แก่ การอ่านจากหนังสือประเภทบทความ บทวิจารณ์ ข่าว รายงานการประชุม ถ้าจะให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต้องเลือกอ่านให้หลากหลาย ไม่เจาะจงอ่านเฉพาะสื่อ ที่นำเสนอตรงกับความคิดของตน เพราะจะทำให้ได้มุมมอง ที่กว้างขึ้น ช่วยให้มีเหตุผลอื่น ๆ มาประกอบการวิจารณ์ วิเคราะห์ได้หลายมุมมองมากขึ้น อาทิ หนังสือขายดีของ SE-ED เรื่อง 

ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา : Mindset

จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับความคิดเพียง 2 แบบ แล้วคุณกำลังคิดแบบไหน?
สั่งซื้อจาก SE-ED ราคาพิเศษ
ลด 10% เหลือ 225 บาท
จากราคา 250 บาท
4. อ่านเพื่อจุดประสงค์เฉพาะทางแต่ละครั้ง ได้แก่ การอ่านที่ไม่ได้เจาะจง แต่เป็นการอ่านในเรื่องที่ตนสนใจ หรืออยากรู้ เช่น การอ่านประกาศต่าง ๆ การอ่านโฆษณา แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ สลากยา ข่าวสังคม ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา การอ่านประเภทนี้มักใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่เป็นการอ่านเพื่อให้ได้ความรู้และนำไปใช้ หรือนำไปเป็นหัวข้อสนทนา เชื่อมโยงการอ่าน สู่การวิเคราะห์ และคิดวิเคราะห์ บางครั้งก็อ่านเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น พ่อรวยสอนลูก พ่อรวยสอนเรื่องเงินในแบบที่พ่อจนไม่เคยสอน เพิ่มเนื้อหาทันสมัย ทันสถานการณ์โลกการเงินปัจจุบัน และ 9 บทเรียนใหม่เพื่อเสริมการเรียนรู้ 20 ปีมาแล้วที่หนังสือ "Rich Dad Poor Dad" หรือ "พ่อรวยสอนลูก" ซึ่งเขียนโดย "โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ" เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลสำหรับคนทั่วโลก ด้วยคำสอนทางการเงินของพ่อรวย ที่สวนกระแสกับกูรูรุ่นเก่าๆ และความเชื่อแบบเดิมๆ ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจหนังสือเล่มนี้
"พ่อรวยสอนลูก" เล่มนี้ จะบอกเล่าถึงความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าต้องมีเงินมากถึงจะรวยได้ ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าบ้านเป็นทรัพย์สิน ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าโรงเรียนจะสอนเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ถูกต้องให้กับลูกหลานของเรา โดยจะให้นิยามของทรัพย์สินและหนี้สินที่ถูกต้อง พร้อมความรู้ทางการเงินสำหรับทุกคนที่ต้องการควบคุมอนาคตทางการเงินของตัวเอง สำหรับฉบับฉลองครบรอบ 20 ปีในครั้งนี้ มีการฉบับปรับปรุงใหม่ ด้วยการเพิ่ม สรุป 9 บทเรียน และคำถามในแต่ละบท เพื่อเป็นแนวทางให้กับทุกคน สำหรับอ่าน อภิปราย และเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ตลอดจนให้คำแนะนำว่าเราควรสอนเด็กๆ ในเรื่องเงินอย่างไร เพื่อเตรียมความพร้อมให้พวกเขารับมือกับความท้าทาย และโอกาสในวันข้างหน้า เพื่อให้พวกเขามั่งคั่งในแบบที่พวกเขาควรได้รับ
ประโยชน์ของการอ่าน
เด็กญึ่ปุ่นอ่านหนังสือทุกคนขณะรอเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่
  1. การอ่านเป็นกระบวนการทางจิตใจที่ทรงพลัง การอ่านต่างจากการนั่งอยู่หน้ากล่องสี่เหลี่ยมเบาปัญญา (ทีวี ) (ภาษาอังกฤษ คือ Television ย่อมาจาก Tell Lie to your Vision การบิดเบือนทัศนะคติ) เพราะการอ่านทำให้คุณได้ใช้สมอง    ระหว่างที่อ่านหนังสือคุณจะถูกผลักดันให้ค้นหาเหตุผลให้กับสรรพสิ่งที่คุณไม่คุ้นเคย  ภายใต้กระบวนการนี้คุณจะต้องใช้กลุ่มเซลล์สีเทาในสมองในการใช้
  2. ความคิดซึ่งจะช่วยให้คุณเพิ่มพูนสติปัญญา
  3. การอ่านช่วยให้ได้ประโยชน์เช่นเดียวกันจากการอ่านหนังสือ ระหว่างอ่านหนังสือ โดยเฉพาะเล่มที่มีความท้าทาย คุณจะพบว่าคุณมีโอกาสได้เรียนรู้กับศัพท์ใหม่ๆจำนวนมากซึ่งไม่อาจพบได้จากวิธีอื่น
  4. การอ่านช่วยให้การอ่านช่วยให้เกิดความเข้าใจในความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตต่างๆ
  5. การอ่านช่วยพัฒนาการสร้างสมาธิและรวมศูนย์ความคิด    ในการอ่านอย่างต่อเนื่องนานๆ   เราจำเป็นต้องพุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เราอ่าน การอ่านหนังสือต่างจากการอ่านข้อความในนิตยสารหรือข้อความสั้นๆ   หรือจดหมายอิเล็กทรอนิคในอินเทอร์เน็ทซึ่งมักจะมีข้อมูลที่มีขนาดเล็ก แต่หนังสือจะบอกเรื่องราวแก่คุณ
  6. การอ่านเป็นการสร้างคุณค่าให้ตนเอง ยิ่งอ่านมากคุณก็ยิ่งมีความรู้ เมื่อมีความรู้มากขึ้น   คุณก็มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น   ความมั่นใจในตัวเองที่เพิ่มพูนขึ้น ก็สร้างคุณค่าของตนเองให้แก่คุณ นี่คือปฏิกิริยาลูกโซ่ เนื่องจากคุณอ่านหนังสือได้ดี ผู้คนก็จะคอยถามหาคำตอบจากคุณ     ความรู้สึกที่คุณมีต่อตนเองก็ย่อมดีขึ้นอย่างแน่นอน
  7. การอ่านช่วยให้ความจำดีขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า ถ้าคุณไม่ใช้ความจำที่มีอยู่ การอ่านทำให้เราต้องจดจำรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งข้อเท็จจริง และค่าตัวเลขต่างๆ และในการอ่านวรรณกรรม เราก็ต้องจดจำ    เค้าโครงเรื่อง  เนื้อหาสาระหลักตลอดจนตัวละครต่างๆ
  8. การอ่านช่วยให้คุณมีระเบียบวินัยมากขึ้น การจัดสรรเวลาสำหรับการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่เราทุกคนรู้ว่าเราควรทำ  แต่ใครล่ะจะจัดตารางเวลาเพื่อการอ่านไว้ทุกวัน น้อยมาก…นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการเพิ่มการอ่านหนังสือเข้ามาในตารางกิจกรรมประจำวัน และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจึงสามารถเสริมสร้างระเบียบวินัยได้
  9. การอ่านช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การอ่านเรื่องราวของความหลากหลายแห่งชีวิต และการเข้าไปสัมผัสกับแนวคิดใหม่ๆ     และข้อมูลที่เพิ่มพูนขึ้นจะช่วยให้คุณได้พัฒนาสมองซีกที่ดูแลเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะไปช่วยจุดประกายแห่งการสร้างนวตกรรมขึ้นในกระบวนการใช้ความคิดของคุณ
  10. การอ่านช่วยให้คุณจะมีอะไรบางอย่างไว้พูดถึงเสมอ เคยบ้างไหมที่รู้สึกว่าตัวเองมีความรู้สึกอึดอัดที่ไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร เคยรู้สึกเกลียดตัวเองไหมที่ทำให้ตัวเองเสียหน้า คุณต้องการแก้ไขปัญหาแบบนี้ไหม ไม่ยากเลย เพียงคุณเริ่มอ่านหนังสือเท่านั้น การอ่านจะช่วยขยายอาณาบริเวณแห่งข้อมูลของคุณ คุณจะมีอะไรให้พูดถึงเสมอ เช่น คุณสามารถจะพูดคุยถึงโครงเรื่องในนวนิยายหลายเล่มที่คุณอ่าน คุณสามารถอภิปรายถึงสิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้จากหนังสือด้านธุรกิจต่างๆที่คุณกำลังอ่านอยู่ ความเป็นไปได้ในการแบ่งปันเรื่องราวกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีขีดจำกัดอีกต่อไป
  11. การอ่านช่วยบรรเทาความเบื่อหน่าย กฏข้อหนึ่งในหลายข้อที่ผมถือก็คือ ถ้าเริ่มรู้สึกเบื่อ ผมจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน สิ่งที่ผมค้นพบจากการจริงจังกับกฏข้อนี้ก็คือ ผมจะเกิดความสนใจในเรื่องราวของหนังสือแล้วหลุดจากความรู้สึกเบื่อหน่ายไปเลย ผมหมายถึงว่า ถ้าคุณเกิดรู้สึกเบื่อขึ้นมาบ้าง
ขอบคุณข้อมูลจาก aoeyey.wordpress.com